วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

แนวทางในการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคต

1. ในการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคตมี วัตถุประสงค์กี่ประการอะไรบ้าง

- การใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคตมีวัตถุประสงค์อยู่ 4 ประการ ดังนี้
           1. ตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้เพื่อทักษะแห่งอนาคตใหม่ในศตวรรษที่ 21
           2. ตอบสนองความทันสมัยและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
           3. ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของหลักสูตร และสาระการเรียนรู้
           4. ตอบสนองการเรียนรู้รายบุคคลบนโลกสังคมออนไลน์

2. ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คืออะไร 

          ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือ ความสามารถ สมรรถนะที่ต้องมีในแต่ละบุคคลเพื่อให้สามารถปรับตัว และดาเนินชีวิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตในสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีในช่วงปี ค.ศ.2001-2100

3. บทบาทของผู้สอนยุคใหม่ในการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้เป็นอย่างไร 

- บทบาทของครูยุคใหม่ในศตวรรษที่ 21 ผู้อำนวยความสะดวกในการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้
           1. ผู้คอยชี้แนะและกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้ด้วยตนเอง
           2. เสนอแนวทางให้ค้นคว้าหาความรู้
           3. อำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนได้ออกแบบและนำเสนอความรู้อย่างสร้างสรรค์
           4. สร้างแนวทางและชี้แนะให้ผู้เรียนวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้ด้วยตนเอง และแลกเปลี่ยนเรียนรู้
           5. ประเมินจากสภาพจริงและผลงานจากการปฏิบัติ
           6. สวมบทบาทเป็นพี่เลี้ยง ที่คอยอำนวยความสะดวกมาให้
           7. กำหนดกิจกรรมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและยืดหยุ่นในการเรียนรู้ตามขอบเขตที่กำหนดไว้
           8. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้
           9. เสนอแนะให้ผู้เรียนใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการแสวงหาความรู้   
มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้/  ประสบการณ์ตรงจากผู้เรียนก่อให้เกิดทักษะในการแสวงหาความรู้


4. เทคนิควิธีการสอนแบบโครงงานในการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้มีกี่ประเภทอะไรบ้าง

- ประเภทของวิธีสอนแบบโครงงาน มี 3 ประเภท ดังนี้
             1. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวัตถุประสงค์ของเนื้อหาสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น ๆ กล่าวคือ เป็นลักษณะการจัดการเรียนรู้ที่มีเป้าหมายโดยกิจกรรมต่าง ๆ ผู้สอนนั้นต้องวางแผนให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ทักษะการคิด ทักษะการสื่อสารและความร่วมมือ ทัศนคติ ค่านิยม ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
             2. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามความสนใจของผู้เรียน กล่าวคือ เป็นลักษณะการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนนั้นเป็นผู้วางแผน และระดมสมองเพื่อกำหนดขั้นตอนการทาโครงงานของผู้เรียนโดยที่ผู้เรียนนั้นทาตามความต้องการ และความสามารถของผู้เรียนแต่ละคน หรือกลุ่ม โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือเป็นการบูรณาการทักษะ ความรู้ เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และทักษะต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
            3. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานผสมผสานบูรณาการแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้อื่น ๆ และเทคโนโลยีการศึกษา กล่าวคือ เป็นลักษณะการจัดการเรียนรู้ที่ผู้สอนได้นาหลักการแนวคิดทฤษฎีการศึกษา การเรียนรู้ และเทคโนโลยีการศึกษา เช่น การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วยการนาตนเอง การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามแนวคิดจิตตปัญญา การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานผ่านคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต เป็นต้น

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การศึกษานอกสถานที่ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี

1. สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล เป็นแหล่งการเรียนรู้ต้นแบบของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเหตุใด และเป็นแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทใด

- เพราะ มีโครงสร้างการดำเนินงานที่ชัดเจน  และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- เป็นแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทอาคารสถานที่

2. หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกแหล่งการเรียนรู้ต้นแบบตลอดชีวิตมีอะไรบ้าง

- มีการวางแผนในการดำเนินงานที่ชัดเจน
- คนทุกระดับสามารถเข้าถึงได้
- เป็นแหล่งเรียนรู้ได้ตลอดเวลา

3. ให้เขียนผังความคิดความรู้ที่ได้จากการทัศนศึกษา ณ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล


4. อธิบายประเภทของสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาในแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ ณ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ตามกรวยประสบการณ์ของเอดการ์เดล ซึ่งสามารถใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้

วจนสัญลักษณ์ - ป้ายบ่งบอกชนิดสัตว์ทะเล ทั้งชื่อสามัญ และชื่อทางวิทยาศาสตร์
ทัศนสัญลักษณ์ - ป้ายสัญลักษณ์บอกทางต่างๆ
ภาพนิ่ง การบันทึกเทป วิทยุ - รูปสัตว์ทะเลประจำตู้แสดงต่างๆ
ภาพยนตร์ โทรทัศน์การศึกษา - การบรรยายให้ความรู้ทางโทรทัศน์บริเวณตู้ปลาใหญ่
นิทรรศการ - นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
การศึกษานอกสถานที่ - วิทยากรพาชมสถานที่พร้อมบรรยายให้ความรู้
การสาธิต - การแสดงโชว์การให้อาหารปลาในตู้ปลาใหญ่
ประสบการณ์นาฎการ - ไม่มี
ประสบการณ์จำลอง - สัตว์ทะเลสตั๊ฟ และ ตัวอย่างแห้ง
ประสบการณ์ตรงที่มีความหมาย - การชมสัตว์ทะเลต่างๆที่มีชีวิตในตู้จัดแสดง

 

5. สัตว์ใต้ทะเลที่สมญานามว่าเป็นราชาแห่งท้องทะเลคือสัตว์ชนิดใด

-ปลาฉลาม

6. น้ำทะเลที่อยู่ในตู้ปลานำมาจากไหน

- แสมสาร ในช่วงหน้าฝน


7.ชั้นที่ 1 ของแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มีกี่ส่วนอะไรบ้าง

- มี 7 ส่วน คือ 7.1 สัตว์ทะเลในเขตน้ำขึ้น น้ำลง
                       7.2 ปลาในแนวปะการัง
                       7.3 สัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลัง
                       7.4 ปลาเศรษฐกิจ
                       7.5 ปลารูปร่างแปลก และปลาที่มีพิษ
                       7.6 ห้องจัดนิทรรศการ
                       7.7 ตู้ปลาขนาดใหญ่

8. ชั้นที่ 2 ของแหล่งทรัพยากรการรียนรู้สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มีกี่ส่วนอะไรบ้าง

- 8.1 ส่วนจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  8.2 ส่วนแสดงเรื่องราวของอาณาจักรของสิ่งมีชีวิตในทะเล
  8.3 ส่วนของนิเวศวิทยาศาสตร์ทางทะเล และสัตว์ทะเลที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนไทย


9. วิทยากรบรรยายให้ความรู้ชื่ออะไร

- มาโนช โกมลวาณิช หรือพี่หมึก

10. ถ้านิสิตได้รับมอบหมายให้สอนวิชาศิลปะ เกี่ยวกับรูปร่างรูปทรง และทฤษฎีสี โดยใช้สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลเป็นแหล่งเรียนรู้ ให้นิสิตเขียนลำดับขั้นตอนของการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมเกมส์มาช่วยในการจัดการเรียนรู้ โดยเขียนให้ครอบคลุม 3 ประเด็น ได้แก่

1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

     - ชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ  ถามความรู้นักเรียนเกี่ยวกับรูปร่างรูปทรงว่ามีอะไรบ้าง
     และทฤษฎีสีเป็นอย่างไร  เพื่อให้ทราบความรู้เดิมของนักเรียน

2. ขั้นสอน

     - อธิบายความรู้ให้นักเรียนฟังเกี่ยวกับรูปร่างรูปทรงแบบต่างๆ มีลักษณะและชื่อเรียกอย่างไรบ้าง
     และอธิบายเรื่องทฤษฎีสี  พร้อมมีรูปภาพประกอบให้นักเรียนดู  และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถาม
     ข้อสงสัย
     - เมื่อนักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับรูปร่างรูปทรงแบบต่างๆ และทฤษฎีสีแล้ว ก็พานักเรียนเข้าชม
สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล  พร้อมวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้  และให้นักเรียนวาดรูปพร้อมระบายสีโดยใช้ความรู้ที่ได้เรียนไป  ในการวาดและระบายสีปลาหรือสัตว์ทะเลที่ตนเองชอบให้สวยงาม

3. ขั้นสรุป

     - เมื่อนักเรียนวาดรูปเสร็จแล้วและดูปลาเสร็จเรียบร้อย  ก็ให้นักเรียนออกมาแสดงรูปวาดของตนเองให้เพื่อนๆดู  และอธิบายว่าว่าปลาที่ตนเองวาดคืออะไร มีรูปร่างลักษณะอย่างไร จนครบทุกคน  และให้เพื่อนๆแสดงความคิดเห็นว่ารูปของใครสวยที่สุดจำนวน 3 คน ก็จะมีรางวัลมอบให้
     - ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้ในวันนี้  และครูแนะนำในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน


-

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แหล่งการเรียนรู้ประเภทบุคล

แหล่งการเรียนรู้ประเภทบุคคล 

ต็อบ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์  ผู้ก่อตั้งบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด 


ประวัติ

           ชื่อจริงอิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ (เดิมชื่อว่า ต่อพงศ์) เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 
 ในครอบครัวนักธุรกิจ

การศึกษา 

     - อนุบาลและประถมศึกษาจบจากโรงเรียนปานะพันธ์วิทยา 
     - มัธยมศึกษาตอนต้นจบจากโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ เมืองทองธานี
     - มัธยมศึกษาตอนปลายจบจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี  
    - ระดับอุดมศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้า คณะบริหาร แต่ไม่จบ และปัจจุบันกำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ปัจจุบัน

 เป็นเจ้าของกิจการสาหร่ายเถ้าแก่น้อย

การทำธุรกิจ

ต๊อบ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์  ก่อนหน้านี้เขาถูกว่าเป็นคนไม่เอาถ่าน ไม่สนใจเรียน เพราะติดเกม โดยเขาเริ่มเล่นเกมออนไลน์ Everquest มาตั้งแต่ ม.4 จนสามารถสะสมแต้มจนรวยที่สุดในเซิร์ฟเวอร์ และกลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเกมดังกล่าว จนมีฝรั่งมาขอซื้อไอเท็มที่หายากในเกมจากเขา และนั่นก็เป็นการเริ่มต้นสร้างรายได้จากการซื้อขายไอเท็มเกมดังกล่าว รวมกับการที่เขาเป็นผู้ทดสอบระบบเกมในฐานะคนเล่น ก็สร้างรายได้ให้เขามากมาย จนมีเงินเก็บเป็นหลักแสนบาท
ด้วยความที่เป็นเด็กติดเกม ต๊อบ อิทธิพัทธ์ จึงเรียนจบชั้นระดับมัธยมมาได้อย่างยากลำบาก และเรียนต่อระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งตอนนั้นนั่นเองเขาก็เริ่มก้าวเข้าสู่ถนนแห่งเส้นทางธุรกิจ พร้อมตั้งใจจะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงด้วยการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และในช่วงจังหวะที่เกมออนไลน์เริ่มไม่เป็นที่นิยมเหมือนเคย เขาก็หารายได้จากช่องทางอื่น ทั้งขายเครื่องเล่นวีซีดี ดูทำเลเปิดร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่เป็นที่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งเขาได้ไปเดินงานแฟร์ช่องทางธุรกิจ ซึ่งในงานนั้นมีเฟรนไชส์จากประเทศญี่ปุ่นมาออกบู๊ท ด้วยความที่เขาเป็นคนชอบกินเกาลัดเลยสนใจธุรกิจนี้เป็นพิเศษ จึงเข้าไปสอบถามค่าเฟรนไชส์เกาลัดดังกล่าว แต่ทว่าราคาสูงเกินกำลังที่เขามี เลยขอแค่เช่าตู้คั่วเกาลัดเท่านั้น แล้วมาสร้างเฟรนไชส์เป็นของตัวเอง และเมื่อวันที่เขาต้องไปเซ็นสัญญาซื้อขายเกาลัดที่ห้างแห่งหนึ่ง ก่อนออกจากบ้านเขาได้ยินคุณพ่อพูดกับเพื่อนว่า "ลูกอั้วกำลังจะเป็นเถ้าแก่น้อยแล้ว" คำว่าเถ้าแก่น้อยที่ได้ยินตอนนั้นนั่นเองที่เป็นที่มาของชื่อ "เถ้าแก่น้อย" สาหร่ายทอดกรอบในปัจจุบัน
เศรษฐีร้อยล้าน ได้ใช้เวลาเพียงแค่ปีกว่าๆ ขยายเฟรนไชส์เกาลัดเถ้าแก่น้อย ได้กว่า 30 สาขา และเมื่อเขาเห็นว่า เฟรนไชส์ของเขาขายได้หลายแห่งแล้ว เขาจึงคิดจะทำสินค้าอื่นเพิ่มเติม จึงลองนำอย่างอื่นมาวางขายในร้าน ไม่ว่าจะเป็น เกาลัด ลูกท้อ ลำไยอบแห้ง และสาหร่าย แต่สินค้าที่ขายดีที่สุดในตอนนั้นกลับไม่ใช่เกาลัด แต่กลายเป็นสาหร่ายทอดกรอบ ซึ่งนั่นเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาอยากต่อยอดธุรกิจในการทำสาหร่ายทอดตรา "เถ้าแก่น้อย" อย่างจริงจัง
หลังจากนั้นเขาก็พยายามศึกษา หาความรู้เกี่ยวกับสาหร่าย และได้ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง โดยเริ่มจากบรรจุซองพลาสติกไปฝากตามร้านค้าต่างๆ แต่ก็มีอุปสรรคมากมาย ทั้งสินค้าหมดอายุเร็ว รูปแบบแพ็กเกจไม่สวย จึงทำให้เขากลับมาคิดว่า จะทำอย่างไรให้สินค้าเก็บไว้ได้นาน มีแพ็คเกจที่น่าสนใจ และสามารถขายในร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ได้
แต่พรสวรรค์ทางการตลาดของเขาก็ได้จุดประกายความคิดอีกครั้ง เขาได้นำกระแสเกาหลี กระแสญี่ปุ่น เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ โดยอยากให้ผู้บริโภคจดจำสินค้าของ เขาได้ทันทีที่แรกเห็น เขาจึงทำโลโก้เป็นเด็กน่ายิ้ม ดูน่ารักมีความสุข อีกทั้งถือธงเพื่อให้รู้ว่า ถึงจะเป็นของกินเล่นแต่มีคุณค่าทางอาหารสูง รวมไปถึงเพิ่มรสชาติต่าง ๆ ให้หลากหลาย ตอบรับความต้องการของแต่ละคนและเมื่อเขาได้ปรับปรุงสินค้าเรียบร้อยแล้ว เขาจึงนำสาหร่ายเถ้าแก่น้อยไปเสนอแก่ 7-11 อีกครั้ง และจากนั้นก็ได้รับการติดต่อกลับมาในทันทีว่า "ภายใน 3 เดือน สินค้าคุณพร้อมจะวางขายในร้าน 7-11 จำนวน 3,000 สาขาทั่วประเทศ หรือไม่" เมื่อได้ยินดังนั้น คำถามก็ประดังประเดเข้ามาในหัวของเขาว่า เขาต้องทอดสาหร่ายกี่แผ่น ใช้คนทอดกี่คน และจะทำทันหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นมีคำถามอยู่เต็มหัวไปหมด แต่เขาก็ตอบกลับ 7-11 ไปเกือบจะทันทีว่า พร้อมครับ!!!
หลังจากที่ ต๊อบ อิทธิพัทธ์ ตอบตกลงไปแล้ว เขาก็ต้องกับมานั่งคิดกับปัญหา และสิ่งที่ตามมาทั้งการสร้างโรงงาน เงินทุน แหล่งวัตถุดิบ การนำเข้าเครื่องจักรต่าง ๆ เพื่อผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน พร้อมส่งขายแก่ 7-11 กว่า 3,000 สาขา ในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น เขาจึงเดินหน้าด้วยการเริ่มต้นหาทุนสร้างโรงงาน โดยการไปขอกู้ยืมจากธนาคารแห่งหนึ่ง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธกลับมา นั่นเป็นเพราะว่า ในตอนนั้นเขามีอายุเพียง 20 ปี เท่านั้น และเมื่อเขากู้เงินไม่ผ่าน เขาจึงยอมตัดใจขายธุรกิจเฟรนไชส์เกาลัดทิ้ง ซึ่งเฟรนไชน์กว่า 30 สาขาดังกล่าว สร้างรายได้ให้เขาเดือนละกว่าล้านบาทเลยทีเดียว แต่กว่าที่เขาจะตัดสินใจขายเฟรนไชส์แรกที่เขาปลุกปั้นมากับมือ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสำคัญต่อจิตใจของเขามาก แต่เขาก็ต้องขายด้วยความเสี่ยง เพราะเขาไม่รู้เลยว่าธุรกิจสาหร่ายนั้น  จะดีเท่ากับธุรกิจเกาลัดหรือไม่
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของสาหร่ายเถ้าแก่น้อย
ในขณะที่ธุรกิจกำลังก้าวหน้า ต๊อบ อิทธิพัทธ์ ได้ตัดสินใจดร๊อปเรียนไว้ตอนปี 1 เพื่อนำเวลามาทำธุรกิจส่วนตัวอย่างเต็มตัว ส่วนทางด้านเงินที่ขายเฟรนไชส์เกาลัด ก็นำมาลงทุนกับสาหร่ายทั้งหมด โดยการสร้างโรงงานผลิตสาหร่ายทอด ซึ่งมีพนักงานก็คือครอบครัวของเขาทุกคน และคนงานอีกเพียงแค่ 6-7 คนเท่านั้น ทุกคนทำงานอย่างหนัก ยิ่งช่วงใกล้ส่งสินค้าให้กับทาง 7-11 ครอบครัวและคนงานของเขา แทบไม่ได้หลับได้นอน ทอดสาหร่าย และบรรจุภัณฑ์ แต่เขาสามารถบรรทุกสาหร่ายเถ้าแก่น้อยเต็มคัน ขับไปส่งศูนย์จำหน่าย 7-11 ได้สำเร็จ
จากนั้นเป็นต้นมา สาหร่าย "เถ้าแก่น้อย" ก็ทะยานสู่ตลาดวัยรุ่น และผู้บริโภคที่ชื่นชอบสาหร่ายทอดกรอบได้สำเร็จ    ส่วนต๊อบ ก็กลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มใหม่ไฟแรง เปลี่ยนสถานะจากเศรษฐีร้อยล้าน กลายเป็นเศรษฐีพันล้านได้อย่างสำเร็จ
ส่วนเรื่องการเรียนของ ต๊อบ อิทธิพัทธ์ นั้น ตอนนี้เขามีวุฒิการศึกษาสูงสุดเพียงแค่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น ซึ่งตอนนี้เขาก็ได้ลงเรียนอีกครั้งที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งแม้ว่าเขาจะเชื่อว่า ประสบการณ์ไม่ได้มาจากทฤษฎีในห้องเรียน แต่มันมาจากการลงมือปฏิบัติก็ตาม แต่ที่เขาเรียนนั่นก็เพื่ออยากจะให้พ่อแม่ได้ภูมิใจ และอยากถ่ายรูปรับปริญญาร่วมกับครอบครัวเพียงเท่านั้น


วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การใช้แหล่งทัรพยากรการเรียนรู้

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 3
แหล่งการเรียนรู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบ


พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางแสน

สถานที่ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา หรือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางแสน

1. จากแหล่งการเรียนรู้ต้นแบบให้แบ่งประเภทของแหล่งการเรียนรู้ดังกล่าวว่าจัดอยู่ในประเภทใด

 - แหล่งการเรียนรู้ประเภทสถานที่ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางแสน
- แหล่งการเรียนรู้ประเภทบุคคล ได้แก่ เจ้าหน้าที่วิทยากร พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางแสน
-แหล่งการเรียนรู้ประเภทสื่อ ได้แก่ การจัดนิทรรศการ  ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในทะเลที่ทำการเก็บรักษาด้วยวิธีการต่างๆและป้ายบ่งบอกชนิดสัตว์ทะเลที่อยู่ในตู้ทั้งชื่อสามัญและชื่อทางวิทยาศาสตร์


2. จากแหล่งการเรียนรู้ตัวอย่าง ให้ประเมินแหล่งการเรียนรู้ในประเด็นดังนี้

 2.1 อะไร คือ องค์ความรู้ของแหล่งการเรียนรู้นั้น ๆ

ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลในรูปแบบหลักๆ 2 แบบ คือ สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล 

 สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม

เป็นส่วนที่จัดแสดงเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและความเป็นอยู่ของสัตว์ทะเลชนิดต่างๆที่อาศัยอยู่ในเขตน่านน้ำของไทย โดยทรัพยากรที่ใช้ในการให้ความรู้คือสิ่งมีชีวิตในทะเลชนิดต่างๆทั้งพืชและสัตว์ที่ยังมีชีวิต โดยสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะถูกเลี้ยงในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิดที่มีระบบยังชีพสำหรับให้สิ่งมีชีวิตต่างๆเหล่านี้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ในแต่ละตู้มีการจัดสภาพให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด แต่ละตู้จะมีป้ายเพื่อบ่งบอกชนิดสัตว์ทะเลที่อยู่ในตู้ทั้งชื่อสามัญและชื่อทางวิทยาศาสตร์

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล 

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของ อาคารสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล เป็นส่วนที่จัดแสดงให้ในรูปแบบของนิทรรศการ ทรัพยากรที่ใช้ในการจัดแสดงจะเป็นรูปแบบนิทรรศการที่ประกอบด้วยแผ่นข้อมูล ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในทะเลที่ทำการเก็บรักษาด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ตัวอย่างที่ดองด้วยน้ำยาฟอร์มาลิน ตัวอย่างแห้ง ตัวอย่างสัตว์สตั๊ฟ เป็นต้น โดยการจัดแสดงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่
1.จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เกี่ยวกับพระราชกรณีกิจทางด้านการฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และด้านวิทยาศาสตร์การประมง
2.จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องราวของทะเล ระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเล รวมทั้งความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์

2.2 ใคร คือ กลุ่มเป้าหมายหลัก/กลุ่มผู้เรียนหลัก

เด็ก นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทุกเพศทุกวัย

2.3 วิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้สาหรับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม

 2.3.1 รูปแบบ / วิธีการ / เทคนิคการนาเสนอ

- ในตู้ปลาแต่ละตู้จะมีป้ายเพื่อบ่งบอกชนิดสัตว์ทะเล  ที่อยู่ในตู้ทั้งชื่อสามัญและชื่อทางวิทยาศาสตร์ ลักษณะของการดำรงชีวิตเพื่อให้ความรู้ และทางพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางแสน ยังมีวิทยากรนำบรรยายในการให้ความรู้  ความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์ทะเลชนิดต่างๆเพิ่มเติม และมีโชว์การแสดงให้อาหารปลาในตู้ปลาใหญ่อีกด้วย

 2.3.2 วิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลุ่มผู้เรียน

1.ได้พบเห็นของจริง
 2.มีป้ายบอกความรู้
3.มีวิทยากรในการบรรยายให้ความรู้เพิ่มเติม
4.มีการจัดนิทรรศการ

 2.3.3 การเชื่อมโยงกับการศึกษา ในระบบ และนอกระบบ ตามอัธยาศัย

เพื่อเพิ่มประสบการณ์การเรียนรู้ให้กว้างยิ่งขึ้น โดยสามารถเลือกดูปลาในแต่ละตู้ได้ตามอัธยาศัยด้วยความเพลิดเพลิน และได้ความรู้

2.4 กลุ่มเป้าหมาย/ผู้เรียน เรียนรู้เพื่ออะไร

2.4.1 ความรู้ ความเข้าใจ

 - ความรู้ ความเข้าใจ

ได้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะและความเป็นอยู่ของสัตว์ทะเลชนิดต่างๆทั้งพืชและสัตว์ที่ยังมีชีวิต  โดยได้พบเห็นของจริง และในตู้จะมีการจัดสภาพให้ใกล้เคียงธรรมชาติ  และแต่ละตู้จะมีป้ายเพื่อบ่งบอกชนิดสัตว์ทะเลที่อยู่ในตู้ทั้งชื่อสามัญและชื่อทางวิทยาศาสตร์

- ความบันเทิง สันทนาการ

ให้ความสนุก ความบันเทิงใจให้การเข้าชมในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางแสน    เช่น การเยี่ยมชมตามตู้ปลา และสัตว์ทะเลต่างๆ หรือดูการให้อาหารปลาในตู้ปลาใหญ่

2.4.2 ทักษะ

รู้และเข้าใจเกี่ยวกับนิเวศวิทยาทางทะเล  รู้ว่าปลา หรือสัตว์ทะเลต่างๆเหล่านี้มีชื่อเรียก หรือรูปร่างลักษณะ และมีการดำรงชีวิตอย่างไร 

2.4.3 อาชีพ

ได้หลากหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับทะเล และสัตว์น้ำ

2.4.4 ความบันเทิง สันทนาการ

ตู้ปลาและสัตว์ทะเลต่างๆ ที่มีสีสันสวยงาม  ตู้ปลาใหญ่ที่มีปลาขนาดใหญ่ให้ได้นั่งชมนิทรรศการต่างๆที่น่าสนใจ



แหล่งอ้างอิง

http://www.aquariumthailand.com/bangsaen-institute-of-marine-science.html
http://th.wikipedia.org/wiki/พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล
http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/knowledge/24416-036388/

วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ประเภทของแหล่งทรัพยาการการเรียนรู้

แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้มี ประเภท คือ

1. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทบุคคล

บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม มีผลงานได้รับการยกย่อง เป็นที่ยอมรับของสังคมซึ่งถือเป็นตัวอย่างต้นแบบกับบุคคลรุ่นหลังสืบไปในหลายสาขาอาชีพ ได้แก่

1.1หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช



ศาสตราจารย์ (พิเศษ) พลตรี หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช นักปราชญ์ นักเขียน นักการเมือง และศิลปินแห่งชาติ นับเป็นปูชนียบุคคลท่านหนึ่งของไทย  เป็นผู้มีความสามารถในทางวรรณกรรม  ผลงานของท่านเป็นแม่แบบและเแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคน โดยเฉพาะนิยายผลงานชิ้นยอด "สี่แผ่นดิน"และท่านได้รับการยกย่องเป็น "ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์" คนแรกของประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2528 



หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช


1.2 “ หมอเขียว ใจเพชร กล้าจน
เป็นผู้บูรณาการองค์ความรู้หลักแพทย์วิถีธรรมตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีสาเหตุมาจากสถานการณ์ปัญหาสุขภาพ  หลักแพทย์วิถีธรรมตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการดูแลสุขภาพแบบพึ่งตนเองที่นำเอาจุดดีของวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน แผนไทย แผนทางเลือก และแผนพื้นบ้าน รวมถึงหลัก 8.เพื่อสุขภาพที่ดีของสถาบันบุญนิยม มาบริหารจัดการองค์ความรู้ ประยุกต์ ผสมผสาน บูรณาการด้วยพุทธรรม และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เหมาะสม  และสามารถแก้ไขหรือลดปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ ตามสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน นำไปสู่การปฎิบัติที่ประหยัด ปลอดภัย เรียบง่ายและได้ผลเร็ว ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นหลัก และมีความยั่งยืน


 หมอเขียว

2. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภททรัพยากรธรรมชาติ

สภาพธรรมชาติที่มีอยู่แล้วในโลกและอวกาศ ซึ่งไม่ได้หมายถึงสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ ได้แก่

2.1อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 

เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย มีอาณาเขตรอบคลุม 11 อำเภอ ของ 4 จังหวัดได้รับสมญานามว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นป่าผืนใหญ่ตั้งอยู่ในเทือกเขาพนมดงรัก ในส่วนหนึ่งของดงพญาเย็นหรือดงพญาไฟในอดีตประกอบด้วยขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนหลายลูก เป็นแหล่งกำเนิดของ ต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำนครนายก และแม่น้ำมูล  อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้างป่า กวางป่า เก้ง กระทิง เสือ ตลอดจนมีลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงามมีเนื้อที่ 1,353,471.53 ไร่ หรือ 2,165.55 ตารางกิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 

2.2ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จังหวัดชลบุรี 

สำนักงานป่าไม้จังหวัดได้จัดตั้งศูนย์ฯ ขึ้นเพื่ออนุรักษ์ป่าชายเลน และให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่ประชาชน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นสะพานไม้ที่ยาว 2,300 เมตร ตลอดเส้นทางบนสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติของศูนย์ฯจะได้พบเห็น ความหลากหลายทางธรรมชาติของป่าชายเลน ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ไม้ป่าชายเลนและสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ระหว่างทางจะมีศาลา ชีวภาพใต้น้ำ สะพานแขวน และมีบอร์ดให้ความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลนเป็นระยะๆ นักท่องเที่ยวจะได้รับทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน

ป่าชายเลน


3. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทสื่อ
หมายถึง สิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ที่ใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร แยกได้ 2 ประเภท

3.1สื่อทางด้านกายภาพ

วัสดุ ลักษณะสิ่งพิมพ์ ฟิล์ม แผ่นภาพโปร่งใส เทปบันทึกภาพ เทปบันทึกเสียง แผ่น CD ชนิดเสียงและภาพ เป็นต้น อุปกรณ์ เป็นตัวช่องทางผ่านในลักษณะเครื่องฉาย เครื่องเสียงชนิดต่างๆ เป็นต้น
แผ่นCD ย่อมาจาก คอมแพ็กดิสก์ (compact disc) คือแผ่นออฟติคอลเก็บข้อมูลดิจิทัลต่าง ๆ ซึ่งเดิมพัฒนาสำหรับเก็บเสียงดิจิทัล ซีดีคือมาตรฐานรูปแบบการบันทึกเสียงทางการค้าในปัจจุบั


แผ่น CD
3.2สื่อทางด้านวิธีการ
รูปแบบที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ ทั้งการใช้เทคโนโลยีพื้นบ้าน และเทคโนโลยีระดับสูง ได้แก่

3.2.2สื่อท้องถิ่น

นิทานพื้นบ้าน
นิทานพื้นบ้านเป้นเรื่องที่เล่ากันอยู่ในท้องถิ่นต่างๆของไทยมีเนื้อหาหลากหลาย เช่น นิทานเล่าความเป้นมาของสถานที่ นิทานเกี่ยวกับสิ่งมหัศจรรย์ นิทานผี นิทานตลก เล่าเพื่อความสนุกสนาน  ผ่อนคลายความเครียด บางครั้งก็จะแทรกคติเพื่อสอนใจไปด้วย

หนังสือนิทานพื้นบ้าน

3.2.2สื่อกิจกรรม

การละเล่นพื้นบ้าน เดินกะลา
    เดินกะลาเป็นตัวอย่างหนึ่งของเล่นพื้นบ้านไทย มีชื่อเรียกต่างๆกันไป ในแต่ละพื้นที่ เช่น กาสิก ไม้ย่างกางเกง อีโก๊ะ อีกับ ก๊อบแก๊บ ม้ากะลา เนื่องจากเสียงที่ได้ยินระหว่างเดินและวิ่ง


การละเล่นเดินกะลา


4. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้นประเภทวัตถุและอาคารสถานที่
วัตถุและอาคารสถานที่ ที่มีศักยภาพเป็นแหล่งความรู้ด้วยตัวของมันเอง สามารถสื่อความหมายโดยลำพังตัวเอง ได้แก่

4.1 สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน)

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล หรือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีชื่อเสียง มีตู้กระจกขนาดใหญ่ที่เรียกว่าอะควาเรียม เลี้ยงปลาทะเลและสิ่งมีชีวิตหลากชนิดหลากสี สถาบันแห่งนี้มีเนื้อที่ราว 30 ไร่ ภายในแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มไว้จัดแสดงและห้องปฏิบัติการวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล และตู้ปลาขนาด 1,000 ตัน ให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมการให้อาหารปลา

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน

4.2มืองจำลอง

เมืองจำลอง (Mini Siam) เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2529 ปัจจุบันเป็นสถานที่จำลองปูชนียสถานและโบราณสถานที่สำคัญของทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยอัตราส่วนย่อ ต่อ 25 โดยแบ่งเป็นเมืองจำลองสยาม และเมืองจำลองยุโรป ภายในพื้นที่ขนาด 29 ไร่ เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วัดอรุณราชวราราม สะพานทาวเวอร์บริดจ์  หอไอเฟล หอเอนปิซ่า และเทพีเสรีภาพ เป็นต้น มาเที่ยวที่นี่เพียงแห่งเดียว จึงเหมือนกับได้เดินทางทั่วไทยและทั่วโลกภายในวันเดียว ในยามค่ำคืนจะมีการเปิดไฟประดับอย่างสวยงาม



เมืองจำลอง  ที่พัทยา

5. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

สารสนเทศที่มีการจัดระบบนำเสนอสาระข้อมูล ในรูปแบบสื่อประสมโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาช่วยในการจัดการ เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้อย่างต่อเนื่องได้ทุกที่ทุกเวลา และทุกคนในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ได้แก่

5.1 E-Learning

 การเรียนรู้แบบออนไลน์ หรือ e-Learning เป็นการศึกษาเรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ต(Internet) หรืออินทราเน็ต(Intranet) เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผู้เรียนจะได้เรียนตามความสามารถและความสนใจของตน โดยเนื้อหาของบทเรียนซึ่งประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอและมัลติมีเดียอื่น ๆ จะถูกส่งไปยังผู้เรียนผ่าน Web Browser โดยผู้เรียน ผู้สอน และเพื่อนร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อ ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้เช่นเดียวกับการเรียนในชั้นเรียนปกติ โดยอาศัยเครื่องมือการติดต่อ สื่อสารที่ทันสมัย        จึงเป็นการเรียนสำหรับทุกคน  เรียนได้ทุกเวลา และทุกสถานที่




5.2 เว็บไซต์ Google
เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการในการค้นหาข้อมูลในโลกต่างๆบนอินเตอร์เน็ต  โดยค้นหาข้อมูลจากการพิมพ์ตัวอักษรหรือข้อความที่ต้องการสืบค้นข้อมูล  รูปภาพ หรืออื่นๆที่เกี่ยวข้อง เว็บไซต์ Google ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ต้องการค้นหาข้อมูลเพราะสามารถหาข้อมูลได้ง่าย



 แหล่งอ้างอิง

http://www.baanmaha.com
http://www.chaware.com
http://th.wikipedia.org/wiki/
http://campaign.edtguide.com/382554_kids-lover/521631
http://www.chumchonburi.com/buri/node/1300
http://www.dnp.go.th/mfcd3/kaoyai.htm
http://www.m-culture.go.th/detail_page.php?sub_id=1497
http://blog.eduzones.com/racchidlom/36887
http://www.morkeaw.net/
http://www.e-learning.dss.go.th/knowledge/files/5649newchoice.htm